โรคหลอดเลือดหัวใจมีทางหายขาดหรือไม่

โรคหลอดเลือดหัวใจมีทางหายขาดหรือไม่

 

ทำอย่างไรจึงจะหาย คำถามเหล่านี้เป็นคำถามยอดนิยมที่ผู้ป่วยและญาติต้องการคำตอบทางศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหัวใจ อัครา แคร์ นำบทสัมภาษณ์ นพ. ศิรพัชร์ พูนวุฒิกุล อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด มานำเสนอ

 

"โรคหลอดเลือดหัวใจมีทางรักษาให้หายขาดหรือไม่ ผมมักได้รับคำถามลักษณะนี้บ่อย ซึ่งก็ต้องตอบตรงๆ ว่ายังไม่มีทางที่จะหายขาดได้ มีเพียงแต่วิธีที่ทำให้โรคไม่เป็นมากขึ้นและอาการไม่แย่ลงเท่านั้น เพราะอย่างไรเสีย ปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคหลอดเลือดหัวใจนอกจาก เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และสูบบุหรี่แล้ว อายุก็เป็นปัจจัยเสี่ยง (ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้)เหมือนกัน สำหรับการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบนั้น มีหลายแนวทาง

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การดำเนินชีวิต เช่น การเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะ ไขมันทรานส์ เลิกสูบบุหรี่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงความเครียด จะเห็นได้ว่า เรื่องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นจะคล้ายกับการรักษาโรคความดันโลหิตสูง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่าย สามารถเริ่มได้ทันที

  • การรักษาด้วยยา สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงหรืออยู่ในระยะเริ่มต้น การรักษาโดยการใช้ยา ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนพฤติกรรม โดยการใช้ยานั้น แพทย์ผู้รักษาจะจ่ายยาตามอาการของโรค ยาที่ใช้จะมีหลายกลุ่มออกฤทธิ์ต่างกันไป

  • ยาป้องกันการจับตัวของเกล็ดเลือด ทำให้ไม่สามารถเกาะเข้ากับผนังหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งจำเป็นต้องทานไปตลอดชีวิต

  • ยาลดระดับไขมันในกระแสเลือด โดยปกติแล้วผู้ที่เคยเป็นโรคหลอดเลือด ไม่ว่าจะที่หัวใจ สมองหรือหลอดเลือดส่วนปลาย ควรจะต้องได้รับยาลดไขมันในเลือดไปตลอดชีวิตเพื่อป้องกันการเป็นซ้ำ โดยมีระดับเป้าหมาย LDL ควรจะต้องน้อยกว่า 70 mg/dL (แต่ถึงแม้ระดับ LDL จะต่ำกว่า 70 แล้วก็ควรจะต้องทานต่อไปอยู่ดี)

  • ยาลดการทำงานของหัวใจ เพื่อให้หัวใจทำงานน้อยลง ลดการใช้อ๊อกซิเจน

  • ยาลดอาการเจ็บหน้าอก สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถแก้ไขอาการขาดเลือดได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการทำบอลลูนหรือบายพาสมาแล้ว อาจจะมีกล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนขาดเลือดอยู่บ้าง ซึ่งทำให้เกิดแน่นหน้าอกได้ โดยทั่วไปแล้วยาลดอาการปวด โดยเฉพาะกลุ่มยาอมใต้ลิ้นนั้น จะมีวิธีใช้เฉพาะที่แตกต่างออกไป เช่น เมื่อเจ็บหน้าอก จะใช้ยาอมใต้ลิ้น ต้องนั่งหรือนอน ห้ามยืน มิฉะนั้นอาจทำให้ความดันโลหิตลดลงจนเป็นลมล้มหัวกระแทกได้ ที่สำคัญยาอมใต้ลิ้นเป็นเพียงยาลดอาการปวด แน่นหน้าอกเท่านั้น ไม่ได้มีผลต่ออัตราการรอดชีวิต หรือเป็นยาช่วยชีวิตแต่อย่างใด (ไม่เหมือนในละครที่คนไข้เสียชีวิต เพราะไปหยิบยาไม่ทัน)

  • ยาสลายลิ่มเลือดหรือยาละลายลิ่มเลือด ใช้ในกรณีมีลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดแบบเฉียบพลัน หรือมีหัวใจเต้นผิดจัวหวะ

  • ยาอื่นๆที่ใช้รักษาภาวะแทรกซ้อน เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาที่ใช้รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นต้น โรคแทรกซ้อนที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น

  • การขยายหลอดเลือดหัวใจโดยบอลลูน  เป็นการรักษาในอาการที่ค่อนข้างรุนแรง วิธีการทำจะใช้สายขนาดประมาณไส้ปากกา แทงที่บริเวณข้อมือหรือขาหนีบ เมื่อสายสวนไปถึงบริเวณเส้นเลือดที่ตีบแล้วก็จะกางบอลลูนออก ซึ่งจะทำให้ไขมันที่อุดตันหลอดเลือดอยู่ ถูกดันให้ไปชิดกับผนังหลอดเลือด ทำให้เลือดสามารถไหลผ่านจุดที่เคยตีบได้สะดวกขึ้น แพทย์ผู้ทำการรักษาอาจใช้ขดลวดตาข่าย ดันในจุดที่ตีบหรืออุดตันอย่างถาวรเพื่อช่วยลดโอกาสที่หลอดเลือดจะตีบตันใหม่

  • การทำบายพาสหัวใจ หรือการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ เป็นการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในกรณีที่ไม่สามารถทำบอลลูนหัวใจได้แล้ว โดยเป็นการใช้หลอดเลือดจากส่วนอื่นในร่างกาย ทำทางเดินเลือดใหม่ โดยมากจะใช้ หลอดเลือดดำที่ขาหรือหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงผนังหน้าอก 

  • การใส่เครื่องหัวใจเทียม เป็นวิทยาการใหม่สำหรับผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างรอรับการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจ คนไข้จะมีกระเป๋าสำหรับใส่อุปกรณ์สำหรับเครื่องที่ต้องติดตัวคนไข้ไปตลอด สามารถใส่ได้เป็นระยะเวลาหลายๆ เดือน

  • การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ เป็นวิธีสุดท้ายที่แพทย์วินิจฉัยแล้วว่า คนไข้จำเป็นต้องได้รับหัวใจดวงใหม่ ต้องเป็นไปตามกฏเกณฑ์และข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ซึ่งถือเป็นการรักษาที่มีข้อจำกัดอยู่มาก ในเมืองไทยยังไม่ค่อยแพร่หลาย เนื่องจากผู้บริจาคยังมีน้อย แต่ก็เริ่มเพิ่มขึ้นในระยะหลัง หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยต้องปฏิบัติตัวตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด ต้องทานยากดภูมิเพื่อมิให้ร่างกายต่อต้านหัวใจดวงใหม่ ไม่เสี่ยงเข้าไปในพื่นที่ที่ติดเชื้อได้ง่าย และต้องดูแลตนเองเป็นอย่างดี

สิ่งที่ดีสุด คือ การป้องกันการเกิดโรค สามารถป้องกันได้โดยการดูแลสุขภาพ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยงให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ เช่น การบริโภคอาหาร การสูบบุหรี่ การควบคุมน้ำหนักร่างกาย และควรตรวจสุขภาพประจำปีอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ"

 

เครดิต : นพ. ศิรพัชร์ พูนวุฒิกุล อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

 

ด้วยความปรารถนาดีจากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุอัครา  ศูนย์ดูแลผู้ป่วย โรคหลอดเลือดสมองและสมองเสื่อม สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ที่เวปไซต์ของเรา https://www.akkaracare.com หรือสนใจเข้าดูสถานที่สามารถติดต่อได้ที่เบอร์

0863182604, 0971014082

Please reload

Featured Posts

การจัดพื้นที่รอบบ้านเพื่อผู้สูงอายุ

May 15, 2016

1/3
Please reload

Recent Posts
Please reload

Archive
Please reload

Search By Tags
Follow Us
  • Facebook Basic Square
  • Twitter Basic Square
  • Google+ Basic Square

©2017 by The Akkara care. Proudly created with Wix.com